จองตั๋วเครื่องบินและโรงแนมออนไลน์ง่ายๆ ใครๆก็จองได้
ร่วมงานกับ BKKFLY.com






  เอเชีย (Asia)
เที่ยวญี่ปุ่น
เที่ยวฮ่องกง
เที่ยวเกาหลี
เที่ยวสิงคโปร์
เที่ยวจีน
เที่ยวฟิลิปปินส์
เที่ยวอินโดนีเซีย
เที่ยวพม่า
เที่ยวเวียดนาม
เที่ยวลาว
เที่ยวอินเดีย
เที่ยวไต้หวัน
เที่ยวภูฎาน
เที่ยวศรีลังกา
เที่ยวเนปาล
เที่ยวมาเลเซีย
เที่ยวบรูไน
เที่ยวมัลดีฟ
เที่ยวอุซเบกิสถาน
   

  ยุโรป (Europe)
เที่ยวอังกฤษ
เที่ยวสเปน
เที่ยวเยอรมัน
เที่ยวเนเธอร์แลนด์ /ฮอลแลนด์
เที่ยวฝรั่งเศส
เที่ยวอิตาลี
เที่ยวกรีซ
เที่ยวรัสเซีย
เที่ยวสวิสเซอร์แลนด์
เที่ยวนอร์เวย์
เที่ยวฟินแลนด์
เที่ยวสวีเดน
เที่ยวโปแลนด์
เที่ยวตุรกี
เที่ยวจอร์แดน

  อเมริกาเหนือ (North America)

เที่ยวอเมริกา

เที่ยวแคนาดา

  อเมริกาใต้ (South America)
เที่ยวบราซิล
เที่ยวเม็กซิโก

  แอฟริกา (Africa)
เที่ยวแอฟริกาใต้

  ตะวันออกกลาง (Middle East)
เที่ยวอาหรับ เอมิเรตส์
เที่ยวบาห์เรน

  โอเชียเนีย (Ocenia)
เที่ยวออสเตรเลีย
เที่ยวนิวซีแลนด์

 
จังหวัดสิงห์บุรี
เที่ยวสิงห์บุรี


“สถานที่ท่องเที่ยวสิงห์บุรี – ที่เที่ยวจังหวัดสิงห์บุรี”

จังหวัดสิงห์บุรีตั้งอยู่ในเขตภาคกลางตอนบน ริมฝั่งด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหนึ่งที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน โดดเด่นและยิ่งใหญ่ด้วยเรื่องราววีรกรรมการสู้รบของชาวบ้านบางระจัน แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญต่างๆ จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และศาสนา

 

จังหวัดสิงห์บุรีmore ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในสิงห์บุรี
 ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนา
 สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ
 ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ
 ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

 ท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ

 
 

ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และศาสนา

สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

วัดกุฎีทองุ : ภายในมณฑปนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทโลหะจำลอง ไว้เป็นที่เคารพสักการะค่ัะ



1. วัดสุทธาวาส หรือ วัดใหม่
มีวิหารหลังเก่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติพระจุฬามณี วาดด้วยช่างฝีมือชั้นครู นับเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามและมีคุณค่าอีกแห่งหนึ่ง

2. วัดสว่างอารมณ์
วัดนี้เป็นศูนย์รวมของศิลปะหลายด้าน ภายในวัดยังมี พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ เป็นแหล่งเก็บรวบรวมตัวหนังใหญ่ที่สมบูรณ์และสามารถเล่นได้กว่า 300 ตัว

3. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ในตำบลจักรสีห์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างสมัยก่อนกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ขนาดใหญ่ มีพุทธลักษณะแบบสุโขทัยที่มีความงดงามมาก

4. วัดหน้าพระธาตุ
สันนิษฐานว่าสถานที่บริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองสิงห์บุรีเก่า ทิศตะวันออกขององค์ปรางค์มีพระวิหารหลวง ทิศตะวันตกเป็นพระอุโบสถ และมีเจดีย์กลมเรียงรายหลายองค์ เป็นลักษณะของสถาปัตยกรรมแบบสมัยอยุธยาตอนปลาย

5. วัดกระดังงาบุปผาราม
มีโบสถ์รูปทรงสมัยใหม่ที่งดงามไม่เหมือนโบสถ์แห่งไหนที่สร้างอยู่บนฐานศาลาการเปรียญหลังเก่า และวัดนี้ยังมีเจดีย์โบราณทรงระฆังคว่ำคล้ายเจดีย์สมัยอยุธยาตอนต้น ฐานเป็นชั้น มีซุ้มทรงระฆังตั้งแต่ปล้องไฉนขึ้นไป เจดีย์องค์นี้นับว่ามีความสมบูรณ์ที่สุดที่มีอยู่ในสมัยเดียวกันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติแล้ว นอกจากนี้ด้านหน้าเจดีย์ยังมีโบสถ์เก่าแก่หลังคามุงด้วยกระเบื้องดิน บานประตูโบสถ์เป็นไม้แกะสลักลวดลายสวยงามมาก

6. วัดกุฎีทอง
ภายในวัดมีมณฑปลักษณะเหมือนเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้บนยอดและภายในมณฑปนั้นเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทโลหะจำลองไว้เป็นที่เคารพสักการะ นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดกุฎีทองยังมี ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมพื้นบ้านไทยพวน ซึ่งได้รวบรวมเครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ของชาวไทยพวน เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องมือ ทำนา ดักสัตว์ จับปลา ตลอดจนยวดยานพาหนะทางน้ำเป็นของเก่าแก่ไว้ให้ชมอีกด้วย

7. วัดพิกุลทอง
ภายในวัดมี พิพิธภัณฑ์หลวงพ่อแพ จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติและเครื่องอัฐบริขารของหลวงพ่อแพตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน นอกจากนั้นอีกด้านหนึ่งของวัดนี้มีพระพุทธรูปปางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย คือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี หรือ หลวงพ่อใหญ่

8. วัดม่วง
ภายในวัดมีวิหารเก่าแก่เป็นอาคารปูนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีมุขยื่นออกมา ที่หน้าบันประดับด้วยภาชนะเครื่องถ้วยต่าง ๆ ในวิหารมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยเป็นพระประธานที่พุทธลักษณะงดงาม ประดิษฐานอยู่บนฐานชุกชีรูปฐานสิงห์ มีฐานบัวขนาดใหญ่รองรับ เพดานประดับด้วยลายเขียนรูปดาว มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่น ฝีมือช่างพื้นบ้านสันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 และมีเรื่องราวพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า ตลอดจนแสดงภาพชีวิตความเป็นอยู่วัฒนธรรมของสังคมโบราณในระดับต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

 


ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ


1. ศูนย์อนุรักษ์ควายไทยเขางาม

เป็นสถานที่เลี้ยงควายไทยเพื่ออนุรักษ์ไม่ให้หมดสิ้นไปจากประเทศ โดยมอบให้เกษตรกรนำไปขยายพันธุ์ต่อไป รวมทั้งเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของควายไทยที่ได้ร่วมรบกับชาวบ้านบางระจันต่อสู้กับพม่าเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2

2. สวนชมพู่ทองสามสี
เป็นสวนผลไม้ที่ปลูกชมพู่ กระท้อน ลิ้นจี่ที่เปิดให้ประชาชนเข้าชม ชิมผลไม้จากต้น จะซื้อเป็นของฝากหรือซื้อต้นพันธุ์กลับบ้าน
สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจ

 


ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรม

 

อุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์
อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน
อุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์
อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน



1. อุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์
คำว่า “แม่ลา” เป็นชื่อลำน้ำสายหนึ่งในท้องที่จังหวัด เป็นลำน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารของปลา ฉะนั้นปลาที่จับได้จากลำน้ำแม่ลาจึงมีรสชาติอร่อย อ้วน เนื้อนุ่ม มัน โดยเฉพาะปลาช่อนแม่ลา ซึ่งเป็นอาหารและของฝากที่ขึ้นชื่อของจังหวัดสิงห์บุรี ปัจจุบันปลาช่อนแม่ลาหายากขึ้นทุกวัน ทางราชการจึงหาทางอนุรักษ์และฟื้นฟู โดยขุดลอกลำน้ำ และสร้างอุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์ขึ้นริมฝั่งแม่น้ำลาการ้อง โดยรอบ ๆ บริเวณอาคารได้จัดให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน นอกจากนั้นทางอุทยานฯ มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว

2. พิพิธภัณฑ์อินทร์บุรี
รวบรวมจัดเก็บรักษาโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2483 มีโบราณวัตถุที่สำคัญและเป็นที่รวมความรู้ด้านประวัติศาสตร์ เช่น โบราณวัตถุที่ขุดพบได้จากแหล่งโบราณบ้านคูเมือง แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย จัดแสดงเครื่องประดับสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ พัดยศ พระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ เครื่องถ้วยศิลปะไทย-จีน เครื่องดนตรีไทย ส่วนชั้นล่าง เป็นการละเล่นพื้นบ้าน เครื่องมือดักปลา เครื่องทอผ้า ตะเกียงโบราณ

3. อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจัน
อยู่ห่างจากตัวเมือง 15 กิโลเมตร ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3032 มีพื้นที่ประมาณ 115 ไร่

4. เมืองโบราณบ้านคูเมือง
มีเนินดินขนาดใหญ่ มีคูน้ำคันดินล้อมรอบ มีการขุดค้นพบภาชนะดินเผามากมาย เช่น เครื่องถ้วยชาม หม้อ ไห กาน้ำ ลูกปัดหินสีต่าง ๆ ตะคันดินเผา ธรรมจักรหินเขียว ตุ้มหู ลูกปัด หินสี และเหรียญเงินมีคำจารึกว่า “ศรีทวารวดีศวรปุญยะ” แสดงให้เห็นว่ามีชุมชนอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ติดต่อกันมาตั้งแต่สมัยฟูนันจนถึงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันวัตถุโบราณที่ค้นพบได้นำไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อินทร์บุรี และภายในบริเวณเมืองโบราณบ้านคูเมืองปัจจุบันได้จัดให้เป็นสวนรุกขชาติ

5. แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย
ตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์ (ชัณสูตร) เป็นแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาขนาดใหญ่ที่สุดในสมัยกรุงศรีอยุธยา

 

 

 

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย   verified by VISA Mastercard SecureCode KBANK Payment Gateway กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Partner by Emirates